โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ปรับขนาดตัวอักษร
ภาษา
ตราสัญลักษณ์
สภาพทั่วไป
      เทศบาลตำบลท่างิ้ว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ห่างจากที่ทำการอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชประมาณ 13 กิโลเมตร
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ เทศบาลตำบลพรหมคีรี อำเภอพรหมคีรี
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลนาทราย ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมือง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลปากพูน อำเภอเมือง ตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา
เนื้อที่
      ตำบลท่างิ้ว มีเนื้อที่ทั้งหมด 42,236 ไร่ หรือประมาณ 67.6 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 11.44 ของเนื้อที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
ภูมิประเทศ
      ลักษณะภูมิประเทศของตำบลท่างิ้ว มีพื้นที่ภูเขาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันออกของตำบลโดยสามารถแบ่งพื้นที่ได้ดังนี้ พื้นที่ราบ จำนวน 26,326 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 62.29 ของตำบล พื้นที่ภูเขา จำนวน 15,937 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 37.70 ของตำบล
ภูมิอากาศ
      ลักษณะทั่วไปของภูมิอากาศของตำบลท่างิ้ว มีลักษณะอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดฤดูกลาง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนโดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จะเป็นฤดูร้อน ฝนฟ้าจะไม่ตก อากาศค่อนข้างร้อนตลอดฤดูกาล ส่วน ฤดูฝนแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนมาก

ตำบลท่างิ้วตามความเป็นมา หมายถึง วัตถุในท้องถิ่น เป็นหลักสำคัญในการเรียกชื่อในตำบลท่างิ้ว เนื่องจากมีคลองขุนน้ำท่างิ้วไหลผ่านมาตั้งแต่สมัยก่อน การที่เรียกว่าขุนน้ำท่างิ้วก็เพราะว่ามีต้นน้ำเกิดขึ้นจากภูเขาบ้านท่างิ้วแถบบริเวณที่ผู้คนไปตั้งบ้านเรือนมีต้นงิ้วอยู่ต้นหนึ่งอยู่ตรงท่าที่คนลงอาบน้ำในคลองขุนน้ำท่างิ้ว คำว่าขุนน้ำนั้น หมายว่า มีแหล่งเกิดน้ำที่เห็นได้ชัดเจน เป็นแหล่งน้ำไหลมารวมกันเป็นลำคลอง ซึ่งขุนน้ำนี้เรียกกันมาก่อนที่จะตั้งตำบล ดังนั้นได้ตั้งเป็นตำบลท่างิ้วโดยยึดเอาหมู่บ้านของประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งของคลองขุนน้ำท่างิ้วตลอดมาเป็นเขตตำบลท่างิ้ว จึงเรียกว่า ตำบลท่างิ้ว
การจัดตั้งเทศบาลตำบลท่างิ้ว
     เทศบาลตำบลท่างิ้วได้ยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่างิ้วเป็นเทศบาลตำบลท่างิ้วโดยประกาศของกระทรวงมหาดไทย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ตั้งวันที่ 7 ตุลาคม 2554 เป็นต้นมา
"เมืองแห่งบัณฑิต เศรษฐกิจเฟื่องฟู ชุมชนน่าอยู่ สู่วิถีพอเพียงที่ยั่งยืน"
1.
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
2.
พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพ
3.
ขจัดปัญหาความยากจน
4.
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
5.
การพัฒนาองค์กรและการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี